LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

การประท้วงบนรันเวย์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา นำมาซึ่งการเปลี่ยนอะไรแล้วบ้าง?

“Overconsumption = Extinction” คือข้อความโจมตีลัทธิบริโภคนิยมที่จะนำมาซึ่งการสูญพันธุ์ของสรรพสิ่งบนโลก ที่หญิงคนหนึ่งใช้ประท้วงบนรันเวย์ Louis Vuitton Spring 2022 Ready-to-wear ณ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส ก่อนจะโดนการ์ดหิ้วตัวออกไปเหมือนกับนักกิจกรรมสองคนที่โดนชาร์จก่อนจะได้เดินไปถึงรันเวย์ และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่แฟชั่นโชว์ถูกนักกิจกรรมแย่งพื้นที่สื่อ และเป็นเหตุผลว่าทำไมการประท้วงแบบ Runway Crashing ถึงเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ในวงการแฟชั่น

การประท้วงครั้งนี้เกิดจากกลุ่ม Extinction Rebellion ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเคลื่อนไหวเรื่องโลกร้อน และมีอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นเป้าหมายสำคัญ

เหตุที่อุตสาหกรรมแฟชั่นถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักกิจกรรมตลอดมา เพราะนี่เป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งยังมีปัญหาอื่นสอดแทรกอยู่ อย่างเช่น เรื่องการจ้างแรงงานที่ไม่เป็นธรรม จนถึงการเหยียดเชื้อชาติ เหยียดรูปลักษณ์ เหยียดเพศ ฯลฯ ขณะเดียวกันวงการนี้ก็มีภาพของความฟุ่มเฟือยติดอยู่อย่างแกะไม่ออก ทำให้การประท้วง ทั้งในและนอกรันเวย์เกิดขึ้นบ่อยมากๆ เราเลยมาชวนดูเคส Runway Crashing ที่ผ่านๆ มากันสักหน่อย และลองดูกันว่าโลกแฟชั่นได้เปลี่ยนแปลงอะไรกันบ้างหรือไม่ ในตลอดช่วงที่ผ่านมา

องค์กรที่ทำ Runway Crashing บ่อยที่สุดน่าจะเป็น PETA องค์กร ‘อนุรักษ์สิทธิสัตว์’ ที่มักประท้วงแบรนด์เสื้อผ้าที่ใช้ขนสัตว์และหนังสัตว์ในการตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ครั้งที่โด่งดังที่สุดคือที่รันเวย์ Dior F/W 2003 ที่ผู้ประท้วงหญิงวิ่งขึ้นไปบนเวทีแล้วกางป้าย “FUR SHAME” เข้าหากล้องของสื่อทั้งหมดก่อนจะโดนนางแบบผลักลงข้างรันเวย์ แล้วโดนการ์ดลากตัวออกไป 

ในขณะที่การใช้ขนสัตว์หรือหนังสัตว์ผลิตเสื้อผ้าส่งผลกระทบต่อชีวิตสัตว์จำนวนมาก แต่อีกแง่มุมหนึ่งนี่ก็เป็นอุตสาหกรรมที่เลี้ยงชีวิตผู้คนอีกจำนวนหนึ่งอย่างเช่นคนทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ให้ขน และคนในสายพานอุตสาหกรรมแปรรูปขนสัตว์ อีกทั้งหลายคนก็มองว่า PETA เองไม่ได้เป็นกลุ่มที่น่าเชียร์นัก เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับความสนใจจาก Public Stunt แบบไม่ค่อยสนใจวิธีการสักเท่าไร (PETA เคยมีข่าวการรับสัตว์จรจัดหรือขโมยสัตว์เลี้ยงของคนเพื่อไปกำจัดทิ้งกว่าพันตัวต่อปี รวมถึงการทำฟุตเทจปลอมเรื่องการถลกหนังสัตว์อย่างโหดร้าย) 

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ใหญ่ๆ จำนวนมากก็ตอบสนองกับข้อเรียกร้องนี้ ที่นอกจาก PETA แล้วก็มีกลุ่มอื่นๆ ที่เรียกร้อง และเป็นประเด็นที่สังคมพูดถึง อย่างเช่น Prada, Versace, Burberry, Gucci ฯลฯ ก็เริ่มหยุดใช้ขนสัตว์ทั้งในสินค้าและการตกแต่งร้านไปแล้ว โดยเปลี่ยนไปใช้ Vegan Leather และ Faux Fur แทน ซึ่งแม้จะหยุดการทารุณกรรมสัตว์ได้ก็สร้างปัญหาใหม่เรื่องการเพิ่ม Microplastic ที่ทำลายแหล่งน้ำธรรมชาติแทน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดกันต่อไป

และเมื่อพูดในมุมของสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมแฟชั่นปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์คิดเป็นจำนวน 10% ของทั้งโลกรวมกัน สิบปีที่ผ่านมาความต้องการของผู้บริโภคสูงขึ้นมาก ขณะเดียวกันผู้คนก็ทิ้งเสื้อผ้าเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว อันเป็นผลมาจาก business model ของธุรกิจฟาสต์แฟชั่น ที่ขายรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับแบรนด์ลักชัวรีแต่คุณภาพด้อยลงหลายเท่า โดยขายใน ‘ราคาจับต้องได้’ เพื่อให้เกิดการซื้อที่มากขึ้น พังเร็วขึ้น เพื่อจะให้เกิดการซื้อใหม่ได้ไวขึ้น

กลุ่มที่มักจะมาประท้วงเรื่องนี้บนรันเวย์ (ของลักชัวรีแบรนด์) ก็คือกลุ่ม Extinction Rebellion ที่พูดถึงไปตอนต้นเรื่อง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขา เพราะเมื่อปลายปีที่แล้วในโชว์ Dior S/S 2021 ก็มีการชูป้าย “WE ARE ALL FASHION VICTIMS” และเรื่องตลกอย่างหนึ่งคือแม้แต่ซิดนีย์ โตเลดาโน (Sidney Toledano) ประธานและ CEO ของเครือ LVMH ไม่รู้โดยทันทีว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะเขาคิดว่ามันกลมกลืนเข้ากับโชว์เป็นอย่างมาก 

แม้วงการแฟชั่นโดยรวมจะยังอยู่ห่างไกลกับคำว่า Eco-friendly เราก็เห็นแบรนด์จำนวนมากกำลังหาวิธีที่จะทำให้กระบวนการการผลิตดีต่อธรรมชาติมากขึ้น เช่น BODE NYC ที่เริ่มทำเสื้อผ้ามาจากผ้าเก่า และนอกจากนั้นกระบวนการตัดเย็บก็เป็นแฮนด์เมด เพื่อลดขั้นตอนการผลิต หรือ Prada ก็เริ่มทำไลน์สินค้าชื่อ Re-nylon ที่เสาะหาแหล่งพลาสติกเหลือใช้จากทั่วโลกเพื่อนำมา Up-cycle ทำกระเป๋าและเครื่องแต่งกายไนลอนที่เรียกว่าเป็นวัสดุประจำแบรนด์ไปแล้ว อย่างไรก็ตามเสื้อผ้าเหล่านี้ก็ยังราคาสูงเกินกว่าที่คนทั่วไปจะซื้อได้อย่างแพร่หลาย 

สุดท้าย นอกจากองค์กรต่างๆ แล้ว การประท้วงบนรันเวย์ที่มาจากเหล่านายแบบนางแบบเองก็มี เช่นในโชว์ของ Gucci S/S 2020 โมเดล ไอชา แทน โจนส์ (Ayesha Tan Jones) ปรากฏตัวบนรันเวย์พร้อมข้อความที่เขียนบนมือว่า “Mental Health is not fashion” ที่โจมตีการออกแบบชุดที่เขากำลังใส่อยู่ และมีหน้าตาเหมือนเสื้อ Straitjacket สำหรับผู้ป่วยจิตเวชรุนแรง “การนำเสนอการต่อสู้ทางจิตใจเป็นพรอพในการขายเสื้อผ้าในโลกทุนนิยมปัจจุบันมันช่างน่ารังเกียจ ไร้จินตนาการ และหยาบคายต่อผู้คนนับล้านทั่วโลกที่ต้องเผชิญปัญหานี้” เขาอธิบายในภายหลัง

อีกเคสคือการประท้วงโดย ราว์รีย์ (Raury) โมเดลของ Dolce & Gabbana S/S 2018 โดยมีธีมของคอลเลกชั่นว่า “Millenial” โดย Raury เขียนบนร่างกายของเขาว่า “Don’t make me your Scapegoat” หรือ “อย่ามาใช้พวกเราเป็นหนังหน้าไฟ” เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงเลือกจะประท้วง เจ้าตัวอธิบายว่า “เพราะเสื้อ “Boycott D&G” ที่พวกเขาผลิตมันเป็นการเหยียดหยามความสำคัญของการคว่ำบาตร เขามองว่าการประท้วงคือเสียงของผู้คน มันมีอำนาจ มันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่สิ่งที่แบรนด์ควรจะหยิบมาเป็นจุดขายแบบเก๋ๆ (ทั้งที่แบรนด์ออกจะ ‘ขวา’ หน่อยๆ ด้วยซ้ำ)

“...ก่อนจะถึงมิลานผมกูเกิลชื่อเขาและสิ่งแรกที่โผล่มาคือ “Dolce & Gabbana ยั่วโมโหผู้วิจารณ์การตัดชุดให้เมลาเนีย ทรัมป์ ด้วยเสื้อ Boycott D&G ราคา $245” และทำให้เขาปฏิเสธที่แบรนด์จะใช้คนรุ่นใหม่ในการฟอกขาวภาพลักษณ์ของตัวเอง โดยนอกจากการตัดชุดให้กับภรรยาของโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว ก็เป็นที่รู้กันดีว่าสเตฟาโน แกบบานา (Stefano Gabbana) เหยียดคนเอเชีย เหยียดเพศและเหยียดรูปลักษณ์ ซึ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่ในแฟชั่นเซตของแบรนด์ และที่โด่งดังก็คือเคสที่ให้นายแบบลุคเอเชียนใช้ตะเกียบกินพิซซ่า จนปัจจุบันนี้แบรนด์ก็ยังถูกลูกค้าชาวจีนคว่ำบาตรอยู่เลย 

อุตสาหกรรมแฟชั่นยังมีเส้นทางที่ต้องเดินอีกไกลกว่าจะปลดข้อกังขาต่างๆ ออกได้หมด แม้ว่าในหลายๆ กรณีจะเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่คนจำนวนมากก็ยังคงจับตามองอยู่ด้วยคำถามว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นจริงใจแค่ไหน และมันสามารถเป็นเหตุผลพอในการมีอยู่เพื่อคนไม่กี่ชนชั้นที่ทำร้ายโลกเช่นนี้ได้หรือไม่? และหากคำตอบคือไม่ การประท้วงเหล่านี้ก็จะยังคงเกิดขึ้นไม่จบสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งคนแฟชั่นและสังคมโลกไม่ควรเพิกเฉยกับมัน แม้ว่าวิธีการจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคน ‘ซื้อ’ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าประเด็นที่พวกเขาเรียกร้องจะไม่น่าพิจารณา

อ้างอิง: 

https://www.euronews.com/2021/10/06/climate-protesters-invade-the-louis-vuitton-fashion-show-in-paris

https://www.lexology.com/library/detail.aspx

https://www.mckinsey.com/business-functions/sustainability/our-insights/style-thats-sustainable-a-new-fast-fashion

https://people.com/style/protester-crashes-dior-fashion-show/

https://www.genevaenvironmentnetwork.org/resources/updates/sustainable-fashion/

https://www.harpersbazaar.com/uk/fashion/fashion-news/a30640996/vegan-leather-sustainability/

https://www.pradagroup.com/en/sustainability/environment-csr/prada-re-nylon.html

https://i-d.vice.com/en_uk/article/pamypm/bode-is-the-patchwork-future-of-new-york-fashion-week

https://www.gq.com/story/raury-protest-dolce-gabbana-milan-fashion-week

https://www.theguardian.com/fashion/2019/sep/22/gucci-model-mental-health-protest-milan-fashion-week

Related Stories

ย้อนดูวีรกรรมของ Pussy Riot ผู้ต่อต้าน ชาติ ศาสนา วลาดิมีร์ ปูติน

culture

ย้อนดูวีรกรรมของ Pussy Riot ผู้ต่อต้าน ชาติ ศาสนา วลาดิมีร์ ปูติน

BY WANNIPA 06 OCT 2021

MIRROR'sGuide