LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

จาก Jacquemus สู่เสื้อแหวกอกของโอลีฟ สิ่งที่เห็นไม่ใช่แค่นม แต่คือตำรวจศีลธรรมแบบไทยๆ

เราอยู่ในโลกที่มี Onlyfans ซึ่งถูกกฎหมายในหลายๆ ประเทศ และมีเซ็กซ์ครีเอเตอร์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพในโลกปัจจุบัน ในขณะเดียวกันเราก็อยู่ในประเทศที่ยังคงถกเถียงกันเรื่องเสื้อแหวกอกของแม่ค้าขายขนมโตเกียวคนหนึ่งว่าเหมาะสมหรือไม่ และในประเทศเดียวกันนี้ก็มีทั้ง พริตตี้ แดนเซอร์ ดารา นักร้อง ที่ใส่เสื้อผ้าในรูปแบบที่ไม่แตกต่างกัน นี่ยังไม่นับว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงกันเรามีพ่อค้าแซ่บถอดเสื้อขายขนมปังปิ้งไม่ต่างกัน

 

แต่ยังไม่ทันที่เราได้จะถกเถียงกันว่าไม่เหมาะสมอย่างไร หรือถ้ายืนกรานว่าจะใส่แล้วมันจะยังไง ผิดตรงไหน แม่ค้าขนมโตเกียวก็ถูกสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่เรียกพบเสียแล้ว

 

ก่อนอื่นเราอยากชวนคุยถึงที่มาของเสื้อแหวกอกที่เป็นประเด็นกันสักหน่อย

 

ที่จริงต้นแบบของเสื้อแหวกอกมีสายโซ่ยึดที่ระหว่างอกตัวนี้ เป็นผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์หน้าใหม่มาแรงชาวฝรั่งเศส ซิมง ปอร์ต ฌักมูส (Simon Porte Jacquemus) ภายใต้ชื่อแบรนด์ Jacquemus ที่ก่อนหน้านั้นก็เคยทำกระเป๋าจิ๋วขนาดเล็กกว่าฝ่ามือที่ฮิตไปทั่วโลก เซเลบคนดังถือกันถ้วนหน้าตั้งแต่นักร้องสาว Lizzo ไปจนถึงแม่ชม ชมพู่ อารยา ในเมืองไทย

 

เสื้อแหวกอกตัวนี้เป็นงานออกแบบในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2021 ซึ่งที่จริงเป็นการพัฒนามาจากเสื้อครอปท็อปในคอลเลกชั่นก่อนๆ ที่ขายดีไม่แพ้กัน และกลายมาเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ สนนราคาตัวละประมาณ 10,000++ บาท

 

นอกจากบนรันเวย์จะสวมใส่โดยนางแบบ และอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกอย่าง เคนดัล เจนเนอร์ แล้ว นอกรันเวย์เสื้อตัวนี้ยังเป็นไอเทมฮอตของสาวๆ ฮอลลีวูด ที่มีผู้ติดตามคอยดูว่าพวกเธอสวมใส่อะไรในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น เบลล่า ฮาดิด, เฮลีย์ บีเบอร์ หรือเมแกน ฟอกซ์ และนั่นทำให้เสื้อตัวนี้กลายเป็นไอเทมฮอตฮิตที่ขายเกลี้ยง และถูกก๊อปขายเกลื่อนเช่นเดียวกัน ที่ราคาของเลียนแบบในเว็บตอนนี้อยู่ที่ประมาณตัวละ 200-300 บาท กระแสความฮิตนั้นส่งต่อไปยังสาวๆ สายแฟและพร้อมจะเซ็กซี่ทั่วโลก เช่นเดียวกันกับสาวไทย ทั้งไอซ์ อภิษฎา เมทัล สุขขาว หรือกวาง เดอะเฟซ และล่าสุดที่กลายเป็นดราม่ากระหึ่มโซเชียลมีเดีย ก็โอลีฟ แม่ค้าขายขนมโตเกียวที่เชียงใหม่

 

ทำไมต้องแหวกอก?

 

แม้คอนเซปต์ของคอลเลกชั่นนี้ของ Jacquemus จะเป็นการต่อยอดการนำเอาเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ในบ้าน (เสื้อคลุม ชุดนอน บรา) ไปสู่การใส่นอกบ้าน อันเป็นคอนเซปต์ที่ได้ไอเดียมาจากการล็อกดาวน์และใช้มาตั้งแต่คอลเลกชั่นก่อนๆ ในขณะเดียวกันนี่ก็เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากสายธารของการเคลื่อนไหวประเด็นเรื่อง #FreeNipple ในวงการแฟชั่น ซึ่ง Jacquemus เคยนำเสนอลุคที่มีเพียงท่อนล่างโดยนางแบบปิดหน้า และเปลือยอก มีการใช้สีวาดเป็นโครงเสื้อทับลงบนผิวเพื่อประชดประชัน

 

กระแส #FreeNipple ในวงการแฟชั่น เริ่มเข้มข้นมาตั้งแต่ปี 2018 และไม่ใช่แค่ Jacquemus เท่านั้น แต่มีอีกหลากหลายแบรนด์ที่นำเอาประเด็นนี้ขึ้นสู่รันเวย์และงานออกแบบเสื้อผ้า ทั้ง Jean Paul Gaultier กับชุดท่อนบนที่เป็นพลาสติกใสมาพร้อมสโลแกนคำว่า Free The Nipple แบรนด์ Saint Laurent กับชุดคว้านอกและปิดทับด้วยผ้าโปร่งที่ยังไง ก็มองเห็นหัวนม หรือชุดที่ปิดนมข้างหนึ่งส่วนอีกข้างก็เปิดไปเลยสิ หรือ Schiaparelli ที่นำหน้าอกมาหล่อเป็นเสื้อและกระเป๋าถือให้เห็นรูปทรงหัวนมชัดๆ กันไปเลย

 

แล้วมันก็มาสู่เสื้อแหวกอกของโอลีฟ

 

จากกระแสความดังในโซเชียลมีเดียของแม่ค้าขนมโตเกียวและเสื้อแหวกอกของเธอ ตามข่าวล่าสุดปรากฏว่าเทศบาลตำบลช้างเผือกได้ขอความร่วมมือปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลในการประกอบอาหาร ให้เป็นไปตามระเบียบการของการจำหน่ายอาหารและแผงลอย โดยขอให้มีการเก็บผมสวมหมวกคลุมในการทำขนมและขอให้มีการสวมผ้ากันเปื้อนใช้ถุงมือ ในขณะที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ขอความร่วมมือให้แต่งกายมิดชิดมากกว่านี้ แต่ไม่ได้ห้ามให้สวมเสื้อแหวกอก แต่ขอให้มีบรา หรือเสื้อชั้นในให้เป็นสีเนื้อหรือดูไม่โป๊ หรือมิดชิดกว่านี้ 

 

และโอลีฟยินดีปฏิบัติตาม

 

ในส่วนของหลักสุขาภิบาลในการประกอบอาหารตามระเบียบการของการจำหน่ายอาหารและแผงลอย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในประเด็นเรื่องความสะอาดในการประกอบอาหาร (แต่ถ้าดูเรื่องพ่อค้าแซ่บถอดเสื้อขายขนมเหมือนกันก็อาจจะไม่เข้าใจ) แต่ในประเด็นเรื่องการขอความร่วมมือให้แต่งกายเหมาะสมหรือมิดชิดกว่านี้ และขอให้มีบรา จากสำนักงานวัฒนธรรม

 

การสวมบรา หรือไม่สวมบรากลายเป็นหลักปฏิบัติทางวัฒนธรรมไปตั้งแต่เมื่อไร? นี่ยังไม่นับว่าใครกำหนด แล้วใช้เกณฑ์อะไรในการกำหนด ตัดสิน

 

แน่ล่ะ เราอาจจะไม่ถึงขั้นสมาทานได้ว่าโอลีฟรับเอากระแส Free The Nipple จากการใส่เสื้อที่นำมาจากงานออกแบบของ Jacquemus อันมาจากกระแส Free The Nipple ในโลกแฟชั่นอีกที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ค้าขนมโตเกียว กลับเป็นการตอกย้ำการกดทับผู้หญิงด้วยศีลธรรมในแบบไทยๆ ที่ใช้ไม่ถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลที่ไม่มีข้อห้ามทางกฎหมายรองรับของสำนักงานวัฒนธรรม หรือแม้แต่สำนักงานวัฒนธรรมมีอำนาจเพียงใดที่จะสั่งให้ใคร ใส่หรือไม่ใส่อะไร

 

นี่ยังไม่นับรวมความคิดเห็นส่วนหนึ่งของคนสังคมที่มีตั้งแต่ แต่งกายไม่เหมาะสม, จะขายอะไร ขายโตเกียวหรือขายอย่างอื่น, ไม่มีสติปัญญาที่จะเอามาใช้ในการประกอบอาชีพที่ดีกว่านี้แล้วเหรอถึงได้มาทำแบบนี้, เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ลูกหลาน, แต่งตัวล่อให้โดน, แม้กระทั่งใช้เสรีภาพในทางที่ผิด ฯลฯ

 

แรงกดทับที่เกิดขึ้นทั้งจากอำนาจรัฐและสังคม เป็นแรงกดทับที่ยังคงพยายามจะควบคุมเสรีภาพในเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น โดยใช้เหตุผลทางด้านศีลธรรมและความเชื่อส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลงัดง้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถิติคดีข่มขืนในประเทศที่ Free Nipple ได้ ที่ต่ำกว่าประเทศที่ยังยุ่งอยู่แต่กับหัวนมผู้หญิง งานวิจัยต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นว่าเหยื่อที่ถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศไม่ได้แต่งตัวล่อแหลมแต่อย่างใด หรือแม้กระทั่งการจะดีเบตเรื่องเสรีภาพ เรายังไม่มีเสรีภาพมากพอที่จะดีเบตได้ อย่างกรณีของโอลีฟ ก็ถูกอำนาจรัฐหรือตำรวจศีลธรรมในสังคมจัดการไปเสียก่อนแล้ว

 

ตำรวจศีลธรรมในแบบไทยๆ จึงเป็นตำรวจเหมือนแบบที่ปรากฏในข่าวไม่ว่าจะเป็น ไม่พบการขายสลากกินแบ่งเกินราคา ไม่พบการค้าประเวณีที่พัทยา ฯลฯ ตำรวจที่อยู่แต่ในโลกศีลธรรมของตัวเอง เหตุผลของตัวเอง และพยายามใช้อำนาจเท่าที่ตัวเองมี ไม่ว่าจะด้วยวาจา ขนบธรรมเนียมศีลธรรม หรือแม้กระทั่งกฎหมายในการกดทับผู้อื่น

 

โอลีฟเธออาจจะอยู่ในจุดที่ยอมๆ ไปเพื่อให้เรื่องมันจบ มันไม่ใช่ความผิดที่เธอไม่สู้ สำหรับเธอการทำมาหากินอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตมากกว่า แต่ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าแรงกดทับที่มีมาก็มาพร้อมกับแรงผลักดันในการสู้กลับ และมันอาจจะเป็นแรงกดทับที่ทำให้เกิดพลังในการท้าทายเพื่อก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

Author

RUNGRAWEE SIRITHAMPHAIBOON

Content Creator

Related Stories

Love Me ‘Tinder’ รักเอยใน Dating App ทำไมจะไม่มีจริง

life

Love Me ‘Tinder’ รักเอยใน Dating App ทำไมจะไม่มีจริง

MIRROR'sGuide