LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

Hunter Schafer นักแสดงผู้ ตั้งใจใช้พริวิเลจจากรูปร่างหน้าตา เพื่อสื่อสารเรื่องที่ต้องการจะพูด

“สิ่งที่ฉันพยายามทำคือการรื้อกรอบความคิดเรื่องเพศสภาพ และฉันจะใช้พริวิเลจจากการมีรูปร่างหน้าตาเหมือนโมเดลนี่แหละ ให้คนมาสนใจเรื่องที่ฉันจะพูด” - ฮันเตอร์ เชเฟอร์

ในวาระที่ ฮันเตอร์ เชเฟอร์ นักแสดงทรานส์เจนเดอร์จากซีรีส์ Euphoria เป็นที่พูดถึงในไทยไม่น้อยในช่วงวันที่ผ่านมาจากบรรดาคนสนใจแฟชั่น ที่พากันโฟกัสถึงชุดเดรสหัวนมทองคำจากแบรนด์สเกียปาเรลลีที่เธอเคยสวมใส่ และอันที่จริง นอกจากชื่อเสียงและรูปร่างหน้าตา -ที่เธอรู้ดีว่าตัวเองมีพริวิเลจนั้น- สิ่งที่เธอสื่อสารออกมาก็ทั้งทรงพลัง และน่าสนใจ ซึ่งเราอยากชวนให้ไปอ่านกัน

ในฐานะคนข้ามเพศ ประเด็นหนึ่งที่เชเฟอร์พยายามดันเพดานตลอดมา คือ กรอบความคิดเรื่องเพศสภาพ เริ่มตั้งแต่ความสัมพันธ์ของเธอที่เมื่อเป็นบุคคลสาธารณะก็ย่อมกลายเป็นข่าว ซึ่งใครที่ติดตามย่อมเห็นได้ว่าทรานส์วูเมน ไม่จำเป็นต้องคบแต่ ‘ผู้ชายสเตรท’ อย่างที่สังคมมักจะมีภาพจำเท่านั้น เธอยังคบหากับบุคคลเพศอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแปลกแต่อย่างใด และสิ่งที่คนได้เห็นผ่านสื่อก็ช่วยทำให้ภาพเหล่านี้กลายเป็นเรื่องสามัญในชีวิตมนุษย์ไปโดยไม่ต้องอธิบายให้มากความ

แต่ยิ่งกว่านั้น เธอยังพูดเรื่องนี้เสมอเมื่อมีโอกาส เพื่อยืนยันว่าสำหรับเธอแล้ว วิธีคิดเรื่องเพศสภาพเป็นสิ่งที่กดทับผู้คน และในโลกอนาคตเราไม่ควรใช้กรอบนี้กันอีกต่อไป

“เรากำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านที่อัตลักษณ์และการแสดงออกซึ่งตัวตนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าป้ายที่เราถูกแปะไว้ตั้งแต่เกิดมา และเมื่อไรที่เราสามารถยืนยันในสิ่งที่เป็นได้โดยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การตัดสินของคนอื่น เมื่อนั้นแหละที่กรอบความคิดเรื่อง ‘เพศสภาพ’ จะหายไปสักที” เธอกล่าว 

โดยแนวคิดเรื่องการปฏิเสธเพศสภาพ หรือ Gender Abolition เป็นแนวคิดที่ถูกพูดถึงในฝั่งตะวันตกมาไม่น้อยทีเดียว แนวคิดนี้เชื่อว่าตราบใดที่ยังมีการใช้เพศสภาพมากำหนดตัวตนกันอยู่ คนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะเจอกับบทบาททางเพศ และการตัดสินจากสังคม ว่าเพศไหนๆ ‘ควรจะต้อง’ เป็นอย่างไรอยู่ดี ดังนั้น การไม่ต้องมีเพศสภาพกันไปเลยจะดีกว่า ในทางปฏิบัติคือ ไม่ว่าคุณจะเกิดมามีอวัยวะเพศแบบไหนก็ไม่จำเป็นต้องถูกนิยามด้วยอวัยวะนั้น และโตขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องหาคำนิยามว่าตัวเองเป็นเพศไหนด้วย 

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ก็มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และยังมีข้อถกเถียงไม่รู้จบ (เช่น หากไม่มีเพศสภาพแล้ว หญิงข้ามเพศก็จะไม่อาจถูกนับเป็นหญิง ชายข้ามเพศไม่อาจถูกนับเป็นชาย และอาจสร้างความทุกข์ทรมานใจให้คนข้ามเพศคนนั้นๆ ได้ในทางหนึ่งเช่นกัน) แต่ขณะที่โลกยังไม่ได้ข้อสรุป การที่คนดังสักคนออกมาพูดก็ทำให้บทสนทนาเสียงดังขึ้น ให้คนได้ตั้งคำถามกับแนวคิดนี้ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ และอย่างน้อยก็ทำให้มีคนได้รับฟังมันมากขึ้น 

และที่สุดแล้วเชเฟอร์เองมองว่าสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการยืนยันถึงมุมมองเรื่องอัตลักษณ์ของตัวเอง และเธอพูดเพราะต้องการให้คนอื่นๆ สามารถยืนยันมันได้เช่นกัน แต่ถ้าหากถามถึงอาชีพ เธอยังคงมองว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่เสียงดัง ไม่ใช่แอคทิวิสต์ เพราะสำหรับเธอ แอคทิวิสต์ คือ คนที่ออกมาดำเนินการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงๆ จังๆ เธอเป็นเพียงหนึ่งในผู้จุดบทสนทนาเท่านั้น

นี่จึงนับเป็นจุดยืนของคนดังที่น่าสนใจ และคงเป็นอย่างที่เธอบอก คนดังหรือคนในวงการบันเทิงไม่จำเป็นต้องเสิร์ฟแค่ความบันเทิงให้คนดูอย่างเดียวเสมอไป แต่การใช้พลังและพริวิเลจที่มีในการยืนยันจุดยืนของตัวเองก็เป็นสิ่งที่ทำได้ และไม่ได้เป็นอันตรายต่อหน้าที่การงานขนาดนั้นเลย

อ้างอิง

https://www.brainyquote.com/authors/hunter-schafer-quotes

https://cherwell.org/2021/10/09/gender-abolition-why-it-matters/

Author

SERENE

นักเขียนคนหนึ่ง

Related Stories

Hunter Schafer นักแสดงผู้ ตั้งใจใช้พริวิเลจจากรูปร่างหน้าตา เพื่อสื่อสารเรื่องที่ต้องการจะพูด

life

Hunter Schafer นักแสดงผู้ ตั้งใจใช้พริวิเลจจากรูปร่างหน้าตา เพื่อสื่อสารเรื่องที่ต้องการจะพูด

BY SERENE 06 JUL 2022

MIRROR'sGuide