LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

Revenge bedtime procrastination โกงเวลานอนเพื่อทำสิ่งที่พลาดไป

คำว่า Bedtime procrastination หรือ อาการผลัดเวลาเข้านอน เกิดขึ้นครั้งแรกจากการศึกษาของ Dr. Floor Kroese นักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรมประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่พบว่ามีกลุ่มคนที่เข้านอนดึกโดยไม่มีความจำเป็น จนภายหลังได้มีการเติมคำว่า Revenge (แก้แค้น) เข้าไปเพราะการผลัดเวลานอนนั้นเกิดจากการที่คนกลุ่มดังกล่าวอยู่กับความเครียดตลอดทั้งวัน จนกลายเป็นไปใช้เวลานอนทำในสิ่งที่อยากทำ

ซึ่งในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้ Revenge bedtime procrastination เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เนื่องมาจากคนรู้สึกว่ามีเวลาให้ตัวเองน้อยลง รวมถึงภาวะความเครียดที่ต้องแบกรับในช่วงกลางวัน จึงกลายเป็นการชดเชยหรือถ้าเรียกให้เห็นภาพก็คือเป็นการแก้แค้นด้วยการไม่ยอมนอนเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ที่อยากทำ เช่น การดูซีรีส์ เล่นเกมส์ อ่านนิยาย ฯลฯ

ลี แชมเบอร์ส นักจิตวิทยาด้านสิ่งแวดล้อม และที่ปรึกษาด้านความเป็นอยู่ที่ดีในประเทศอังกฤษ อธิบายว่า “ปัจจัยที่ส่งผลต่อการไม่ยอมนอนคือชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มขึ้นกว่า 12 ชั่วโมง อันเกิดจากรูปแบบและเทคโนโลยีการทำงานที่เข้ามามีบทบาททำให้เส้นแบ่งระยะเวลางานกับชีวิตในบ้านไม่ชัดเจน อีกทั้งยังเกิดจากความเครียดจากการทำงาน แรงกดดันจากเพื่อนร่วมงาน การทำงานล่วงเวลา สิ่งเหล่านี้มีผลต่อพฤติกรรมการนอนได้ทั้งสิ้น”

ซึ่งข้อดีข้อเดียวของการผลัดเวลาเข้านอนก็คือการได้ทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำ แต่การฝืนไม่ยอมนอนเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองก็ย่อมแลกมาด้วยสุขภาพกายและจิตที่อาจจะเข้าข่ายคำว่า “พัง” ได้ง่ายๆ ด้วยเช่นกัน โดยคนที่อดนอนจะเริ่มรู้สึกมึนหัวในระยะ 1-2 วันแรก  ความจำ การตัดสินใจ รวมถึงการควบคุมอารมณ์ของตนเองจะเริ่มแย่ลง ซึ่งถ้าหากทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เป็นระยะเวลานาน ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ความผิดปกติของการเผาผลาญ หรือโรคเบาหวานได้ นอกจากนี้การอดนอนยังส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยเพิ่มโอกาสการเป็นโรคซึมเศร้า และความวิตกังวลได้

และก่อนที่สุขภาพจะแย่จนสายเกินแก้ ควรหาทางออกด้วยการค่อยๆ ปรับตัว แบ่งเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวให้ชัดเจน รักษาเวลาเข้านอนและเวลาตื่น และควรงดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตอื่นๆ อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง หรือนานกว่านั้นก่อนนอน เพราะยิ่งเมื่อไหร่ที่เราปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน ร่างกายเราจะยิ่งผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินในการนอนหลับ ทำให้การนอนมีประสิทธิภาพได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วถ้ายังไม่สามารถเลิกพฤติกรรมนี้ได้ การพูดคุยกับแพทย์เพื่อเช็คพฤติกรรมการนอน รวมไปถึงความผิดปกติของการนอนหลับ ก็จะช่วยให้เราจัดการกับตัวเองในการพักผ่อนได้ดีขึ้น


ที่มา : wikipedia , sleepfoundation , medicalnewstoday , healthline 

Related Stories

Madeleine Swann สาวบอนด์ผู้แข็งแกร่งคนสุดท้ายแห่ง No Time to Die

culture

Madeleine Swann สาวบอนด์ผู้แข็งแกร่งคนสุดท้ายแห่ง No Time to Die

BY MAN ON FILM 15 OCT 2021

MIRROR'sGuide