LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

‘ยาคุมฉุกเฉิน’ มีทั้งด้านดีด้านร้าย แล้วทำไมเมืองไทยหาซื้อง่าย หลายประเทศหาซื้อยาก

จะพูดว่าคนไทยค่อนข้างเคยชินกับ ‘ยาคุมฉุกเฉิน’ ก็คงไม่เกินเลยนัก เพราะเราเป็นประเทศหนึ่งที่คนทั่วไปสามารถหาซื้อกินเองได้อย่างง่ายดายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ (ขณะที่ในหลายประเทศหาซื้อยาคุมฉุกเฉินได้ยาก และมีข้อจำกัดเต็มไปหมด) ว่าแต่ ไอ้ความเสรีแบบนี้มันดีมั้ยนะ?

ในแง่หนึ่ง ยาคุมฉุกเฉินก็ช่วยแก้ปัญหาการท้องไม่พร้อมได้ในหลายกรณี แต่สิ่งที่ยังขาดไปคือการให้ความรู้ผู้คนอย่างถูกต้อง ทั้งจากสถานศึกษา หรือกระทั่งจากเภสัชกรผู้จ่ายยาเอง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงานของยาคุมฉุกเฉิน ว่ามันป้องกันไม่ให้ท้องได้อย่างไร วิธีใช้ที่ถูกต้อง รวมถึงผลข้างเคียงที่จะตามมา และที่สำคัญคือ หลายคน โดยเฉพาะเด็กๆ ยังมองมันเป็นทางแก้ปัญหาง่ายๆ ใกล้ตัว โดยไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องเซ็กซ์ปลอดภัยตั้งแต่ต้น

ก่อนจะไปว่ากันถึงหลักการพื้นฐานของการกินยาคุมฉุกเฉิน เราอยากชวนแวะไปอ่านสถานการณ์ยาคุมฉุกเฉินในต่างประเทศกันสักหน่อย ว่าทำไมหลายประเทศการจะหาซื้อยาคุมฉุกเฉินมันถึงยากนัก

ประเทศอังกฤษ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีข้อจำกัดเรื่องยาคุมฉุกเฉิน ต้องรอจนถึงปี 2001 กว่าจะมีการอนุมัติให้ขายยาคุมฉุกเฉินตามร้านขายยาทั่วไป ถึงอย่างนั้นก็ยังเกิดการเปลี่ยนเเปลงข้อบังคับในการซื้อขายมาโดยตลอด

ก่อนหน้านี้ในอังกฤษ ยาคุมฉุกเฉิน (Emergency Contraceptive Pill) หรืออีกชื่อเรียกหนึ่งที่คนรู้จักกันคือ ‘Morning After Pill’ บางยี่ห้อมีจำหน่ายแบบเฉพาะที่มากๆ เช่น คลินิกวางแผนครอบครัว หรือคลินิกเพศสัมพันธ์ และยังมีข้อจำกัดด้วยว่าไม่อนุญาตให้ขายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ที่ไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ 

การเข้าถึงยาคุมฉุกเฉินด้วยข้อจำกัดมากมายเช่นนี้ ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากหน่วยงานและองค์กรหลายๆ แห่งที่ออกมาเรียกร้องให้ยาคุมฉุกเฉินเข้าถึงง่ายกว่านี้ เช่น หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และที่สำคัญคือยกเลิกการจำกัดอายุคนซื้อ ให้เด็กสามารถซื้อได้โดยไม่ถูกปฏิเสธจากเภสัชกร ซึ่งฝั่งผู้เรียกร้องเชื่อว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลดปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่น และอีกหลายปัญหาสังคมที่จะตามมาจากการขาดการวางแผนครอบครัว

นั่นทำให้ในปี 2015 สำนักงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและยา (MHRA) ของอังกฤษได้อนุมัติให้ยาคุมฉุกเฉินมีวางจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป แต่จะไม่ได้วางขายบนชั้นวางปนกับยาอื่นๆ เนื่องจากไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน โดยจัดเป็นยาเฉพาะที่เรียกว่า ‘Over the Counter’ ถ้าหากใครต้องการซื้อ จะต้องเดินไปแจ้งเภสัชกรให้หยิบให้โดยตรงเท่านั้น 

ยาคุมฉุกเฉินที่อนุญาตให้ขายได้ตามร้านขายยาทั่วไปในอังกฤษก็มีหลากหลายยี่ห้อ เช่น Plan B One-Step ที่เด็กอายุต่ำกว่า 16 สามารถซื้อได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ หรืออย่างยี่ห้อ ella ที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ พยาบาล หรือจากเภสัชกรเท่านั้น สนนราคาของยาคุมฉุกเฉินอยู่ที่ประมาณ 26.49-33.25 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยคือราวๆ พันบาท (ขณะที่ยาคุมฉุกเฉินในไทย มีราคาในหลักร้อย) ซึ่งแม้ในปัจจุบันก็ยังคงมีการเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้ยาคุมฉุกเฉินมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่านี้ สำหรับเด็กวัยรุ่นหรือผู้มีรายได้น้อย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ประเทศอังกฤษจะเรียกได้ว่ามีระบบบริการสาธารณสุขแห่งชาติ (NHS) ที่ดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง และยาคุมฉุกเฉินก็เป็นหนึ่งในบริการสุขภาพที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมให้มันเสรีได้ขนาดนั้น เพราะยาคุมฉุกเฉินยังขัดต่อความเชื่อทางศีลธรรมส่วนบุคคลอยู่

เช่นกรณีของ Siani วัย 41 ที่สั่งซื้อยาคุมฉุกเฉินทางออนไลน์ในราคาประมาณ 30 ยูโร โดยนัดรับยาที่ร้านขายยาแห่งหนึ่งในเมือง Brighton แต่เมื่อไปถึงกลับถูกปฏิเสธจากเภสัชกรประจำร้าน สาเหตุเพราะเภสัชกรบอกว่าการขายยาคุมฉุกเฉินใน ‘วันอาทิตย์’ มันผิดต่อ ‘ศีลธรรม’ ของเธอ… 

Siani ต้องขับรถวนหาร้านขายยาที่เปิดทำการในวันอาทิตย์ร้านอื่นเพื่อหาซื้อยาให้ได้ ซึ่งก็กินระยะทางไกลกว่า 10 ไมล์ ด้วยความกังวลว่ายิ่งได้รับยาคุมฉุกเฉินช้าไปเท่าไร ยิ่งทำให้เธอตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์มากเท่านั้น 

“เราอยู่ในประเทศที่มีระบบบริการด้านสาธารณสุขที่ดีที่สุดในโลก แต่ผู้หญิงก็ยังคงได้รับการเลือกปฏิบัติด้วยอคติอะไรก็ไม่รู้” Siani กล่าวกับสื่อของอังกฤษ

ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ก็เคยมีผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย พบว่าร้านขายยาในนิวยอร์กมากกว่า 100 แห่ง ปฏิเสธที่จะขายยาคุมฉุกเฉินให้กับผู้ชายที่วิ่งไปซื้อให้ผู้หญิง ด้วยข้ออ้างต่างๆ จากเภสัชกร เช่น ของหมดบ้าง เป็นเพราะไม่มีผู้หญิงมาด้วยบ้าง หรือผู้ชายไม่สามารถระบุอายุของผู้หญิงได้บ้าง แม้ว่าจะยกเลิกข้อกำหนดของอายุผู้ซื้อยาคุมฉุกเฉินไปนานแล้วก็ตาม 

ในทางกลับกัน ประเทศอย่างเช่นโปแลนด์ ก็เคยมีความพยายามที่จะเปลี่ยนกฎหมายจากเดิมที่อนุญาตให้ซื้อขายยาคุมฉุกเฉินได้ตามร้านขายยาทั่วไป มาเป็นการควบคุมอย่างเคร่งครัด จะซื้อยาคุมได้ต้องพบแพทย์ และมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น โดยรัฐบาลโปแลนด์อ้างว่าที่ผ่านมามีการใช้ยาคุมฉุกเฉินไม่ถูกวิธี ทำให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายนี้เอาไว้เพื่อควบคุมการใช้ยา ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน เช่นเดียวกับญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถเดินไปซื้อได้ง่ายๆ แต่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัดมากเช่นเดียวกัน 

ส่วนบ้านเรา แม้ว่าในบางแง่มุมของสังคม ความเชื่อและทัศนคติด้านลบต่อยาคุมฉุกเฉินจะยังมีอยู่ ไม่ต่างจากในประเทศอื่นๆ แต่ก็อาจเรียกได้ว่าไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ค่อนข้างเสรีในการซื้อขายยาคุมฉุกเฉิน และยังหาซื้อง่าย ไม่ว่าจะเป็นในชุมชน ในร้านยาใกล้สถานศึกษา แหล่งสถานบันเทิง หรือตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ แม้แต่ซื้อผ่านบริการเดลิเวอรี่ก็ทำได้   

เมื่อในบางประเทศก็เปิดเสรี บางประเทศก็ไม่ สรุปแล้วยาคุมฉุกเฉินดีต่อสุขภาพมั้ย กินได้บ่อยแค่ไหน ลองมาดูกัน

ยาคุมฉุกเฉินที่ขายในบ้านเรามีมากกว่า 30-40 ยี่ห้อ ช่วงราคาก็หลากหลายมากตั้งแต่ 15 จนถึง 400 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเป็นยาที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ และไม่ได้จำกัดอายุของผู้ซื้อ 

ยาคุมฉุกเฉินส่วนใหญ่ที่ขายตามร้านขายยาในบ้านเราจะเป็นแบบกล่องละ 2 เม็ด ทำงานโดยการเข้าไปขัดขวางการฝังตัวอ่อนที่ผนังมดลูก ซึ่งถ้าหากกินยาคุมฉุกเฉินหลังจากไข่มีการผสมกับอสุจิและเข้าไปฝังตัวที่ผนังมดลูกเรียบร้อยแล้ว ยาคุมฉุกเฉินก็จะไม่มีผลใดๆ ในการคุมกำเนิด สรุปง่ายๆ ก็คือยิ่งกินเร็วยิ่งดี

การกินยาคุมฉุกเฉินที่ได้ผลที่สุดคือกินเม็ดแรกให้เร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ และกินเม็ดที่สองห่างจากเม็ดเเรก 12 ชั่วโมง ยิ่งกินเร็วยิ่งช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากถึง 85% นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมียาคุมฉุกเฉินชนิด 1 เม็ด หรือกินเม็ดเดียวจบไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมกินยาเม็ดต่อไป

แต่สิ่งที่แฝงมาด้วยและบางคนก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร คือผลข้างเคียงของมัน ปริมาณฮอร์โมนของยาคุมฉุกเฉินมีสูงมากกว่ายาคุมปกติ สำหรับบางคนอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระยะสั้น ตั้งแต่คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ประจำเดือนมาเร็วหรือช้าลง ปวดท้อง เจ็บคัดเต้านม หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย หรือมีเลือดออกมากระหว่างเดือน ไปจนถึงผลข้างเคียงในระยะยาวต่างๆ ตามมาอย่างความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งทางนรีเวชด้วย  

คำแนะนำจากแพทย์ คือ ไม่ควรกินยาคุมฉุกเฉินเกินเดือนละ 2 กล่อง และควรกินในกรณีที่ฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น เช่น กรณีมีเซ็กซ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรืออุบัติเหตุอย่างถุงยางหลุดรั่ว ไม่ได้เป็นยาที่สามารถใช้ได้บ่อยๆ หรือใช้แทนการคุมกำเนิดแบบระยะยาวได้ เพราะ *ยิ่งใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยเท่าไร ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดก็จะยิ่งลดลง* ทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากขึ้น แถมคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเกี่ยวกับตับ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ฯลฯ การใช้ยาคุมฉุกเฉินก็อาจยิ่งไปเพิ่มความรุนแรงของโรคมากขึ้นไปอีก

ท้ายที่สุดแล้ว การเข้าถึงยาคุมฉุกเฉินได้ง่ายดายอย่างในเมืองไทย ช่วยแก้ปัญหาให้หลายคนได้ก็จริง แต่มันก็ส่งผลให้บางคนติดกับการแก้ปัญหาแบบง่ายๆ จนมองข้ามวิธีคุมกำเนิดหรือวิธีป้องกันอย่างอื่นที่อาจมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และดีต่อสุขภาพมากกว่า แต่ที่สุดแล้ว สิ่งที่บ้านเราต้องการคงไม่ใช่กฎหมายควบคุมแน่นหนาอย่างหลายประเทศ แต่คือการศึกษาที่เปิดกว้าง ไม่อคติกับเด็ก และสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่านี้ต่างหาก

ที่มา : 

https://onlinedoctor.lloydspharmacy.com/uk/contraception-advice/history-morning-after-pill

https://eachother.org.uk/is-it-legal-for-a-pharmacist-to-refuse-to-give-you-the-morning-after-pill-on-religious-or-moral-grounds/

https://www.menshealth.com/health/a19544239/men-unable-to-buy-emergency-contraception/

https://www.rsathai.org/contents/17629/

https://www.doctorraksa.com/th-TH/blog/emergency-contraceptive-pills.html



Author

NAT LELAPUTRA

Related Stories

คนหวังร้ายที่มาพร้อมกัญชาเสรี อันตรายที่เหยื่อโดยเฉพาะผู้หญิง อาจ ‘โดนมอม’ จากขนมผสมกัญชา

life

คนหวังร้ายที่มาพร้อมกัญชาเสรี อันตรายที่เหยื่อโดยเฉพาะผู้หญิง อาจ ‘โดนมอม’ จากขนมผสมกัญชา

MIRROR'sGuide